ทุกคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าประเทศจีนมีสิ่งที่ยาวที่สุดในโลก นั่นก็คือกำแพงเมืองจีน แต่สิ่งที่ยาวที่สุดในโลกสำหรับฮ่องกงแล้วก็คือบันไดเลื่อนกลางแจ้งที่ได้ทุ่มทุนสร้างประมาณ 250 ล้านเหรียญฮ่องกง เพื่อให้คนใช้สอบอยู่ถึง 6 หมื่นคนต่อวันเลยทีเดียว
Guinness World Record ได้จัดให้บันไดเลื่อนระหว่าง Central กับ Mid-Levels ในฮ่องกงเป็นบันไดเลื่อนที่ยาวที่สุดในโลก บันไดเลื่อนอันนี้มีความยาวถึง 800 เมตร โดยไต่ระดับความสูงทั้งหมดถึง 135 เมตร ระยะเวลาเดินทางจะอยู่ประมาณ 20 นาที (ถ้ายืนเฉยๆ โดนไม่เดินเลย) แต่ถ้าเดินไปด้วยล่ะก็ ระยะเวลาเดินทางก็จะสั้นลงเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว แล้วก็รู้ๆ กับนิสัยของคนที่นี่ล่ะครับ เค้ายิ่งเดินกันได้เร็วๆ อยู่ด้วย
ผมซึ่งอยู่ฮ่องกงมาก็นานแล้ว ได้มีโอกาสเห็นเพื่อนๆ ชาวต่างชาติ (รวมถึงคนไทย) ที่มาทำงานอยู่ในฮ่องกง ชอบอาศัยอยู่บริเวณแถบ Mid Levels เป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้คงเพราะว่าที่ทำงานของพวกคนเหล่านี้จะอยู่ในแถบ Central ที่เป็นแหล่งทำงานของสำนักงานระดับภูมิภาค การเดินทางจึงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างไร แค่เดินบันไดเลื่อนลงมาจาก Mid-Levels ก็ถึง Central เลย เป็นการออกกำลังกายที่ดีอีกอย่างหนึ่งทีเดียว ซึ่งที่อยู่อาศัยแถบ Mid Levels จะอยู่บนเขาซึ่งมีทิวทัศน์ที่ดี แถมอากาศก็ดี ค่าเช่าบางที่จึงค่อนข้างแพง และแพงถึงขนาดกระทั่งคอนโดบางที่มีค่าเช่าที่ตีเป็นเงินไทยถึงล้านบาทต่อเดือนเลยทีเดียว ผู้บริหารบางท่านที่เป็นชาวต่างชาติจึงชอบอยู่บริเวณนี้ เพราะทั้งสบาย แล้วการเดินทางก็สะดวก
ที่มาของบันไดเลื่อนนี้เกิดขึ้นเพราะว่าเมื่อสมัย 20 ปีที่แล้วนั้น การเดินทางจากบริเวณ Mid Level ซึ่งเป็นทางชันและอยู่บนเขา ทำให้ต้องอาศัยการขับรถอย่างเดียว ต่อมาเมื่อมีคนมาอาศัยอยู่ในแถบ Mid Level กันมากขึ้น ทางรัฐเห็นว่าการเดินตัดเขาลงมาจะเป็นการทั้งประหยัดพลังงานและประหยัดเวลามากกว่า (เพราะไม่ต้องขับรถซิกแซกเลาะภูเขามา) โครงการร้อยล้านเหรียญนี้จึงได้ถือกำเนิดขึ้น (ซึ่งก็ใช้ระยะเวลาในการสร้างได้น้อยกว่าโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ เสียอีก)
บันไดเลื่อนเส้นนี้ได้เปิดมาให้ใช้เกือบ 20 ปีแล้ว เท่าที่ได้ยินมาจะเห็นว่าปีหนึ่งๆ รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาบันไดเลื่อนเส้นนี้ประมาณหนึ่งล้านเหรียญฮ่องกงต่อปี แต่ทั้งนี้บันไดเลื่อนนี้เป็นของสาธารณะ ประชาชนจึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการใช้เส้นทางนี้แต่อย่างไร ว่างๆ ถ้ามาเที่ยวแถวนี้ก็ลองเดินเล่นดูบรรยากาศเอาครับ
นอกจากนี้ บันไดเลื่อนเส้นนี้จะไม่เหมือนกับของตามห้างทั่วไป เพราะบันไดเลื่อนนี้จะมีแค่เส้นเดียว โดยเปิดให้ขึ้นในช่วงสิบโมงครึ่งเป็นต้นไปตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงคืน ส่วนช่วงเวลาคนไปทำงานก็จะเป็นการเปิดให้ลงแทน (จาก 6.00 น. –10.00 น.) เพราะวิธีนี้จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพกว่า ซึ่งในช่วงระหว่างทางของบันไดเลื่อนก็จะมีที่ให้ลงเป็นระยะๆ แล้วก็จะมีร้านอาหารและร้านต่างๆ อยู่ตามทาง ซึ่งเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวและคนที่ต้องการสังสรรค์ในยามราตรีหลังจากเลิกงาน ซึ่งบริเวณช่วงบันไดเลื่อนแถบนี้ก็จะมีบรรยากาศครึกครื้นอยู่ประจำ
ภาพที่ถ่ายมานี้เป็นบรรยากาศในการเดินเล่นบันไดเลื่อนเส้นนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการเดินขึ้นเขาโดยใช้บันไดเลื่อนดีๆ นี่เอง ซึ่งในตอนเดินขึ้นไปนั้นก็ดูสนุกดีหรอก แต่พอเดินไปได้เกินครึ่งทางแล้วถึงนึกขึ้นมาได้มันไม่มีบันไดเลื่อนให้ลง ต้องเดินลงกันเองก็ทำให้ถอดใจอยู่ไม่น้อย เพราะเดินขาลากมาทั้งวันแล้ว แต่สุดท้ายแล้วพวกเราก็เดินไปจนถึงสุดปลายทางของบันไดเลื่อน ซึ่งพอขึ้นไปแล้วจะเห็นว่าบรรยากาศต่างจากระหว่างทางที่เดินมาอย่างมาก โดยในระหว่างทางที่เดินมานั้นจะเป็นแหล่งอาหาร แหล่งเที่ยว และเสียงดัง แต่พอขึ้นไปถึงปลายทางแล้วบริเวณนั้นกลับกลายเป็นแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัยไป ซึ่งค่อนข้างเงียบและมีความเป็นส่วนตัวอันเป็นเอกลักษณ์ครับ
ร้านอาหารแถบนี้เป็นแหล่งของคนต่างชาติและค่าเช่าบริเวณนี้ก็ไม่ถูกนัก จึงทำให้ราคาของร้านอาหารแพงเป็นเงาตามตัว แต่ก็มีร้านขึ้นชื่ออยู่บางร้านสำหรับคนฮ่องกงที่ไม่แพงแต่คนจะแน่นมาก จะสั่งอะไรก็ควรจะคิดล่วงหน้าแล้วก็ควรรีบกินให้เร็วๆ โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งรีบ เพราะทางร้านเค้าจะกดดันให้ลุกออกไปจากร้านได้ แต่อาหารของเค้าอร่อยจริงๆ แล้วก็เหมาะสำหรับคนที่ทำงานในแถบนั้นที่ต้องรีบเร่งแข่งกับเวลา แต่ถ้าต้องการอาศัยความเร็วในการกินมากกว่านั้นจริงๆ อย่างเช่น เวลาติดประชุมหรือตรวจงานไม่เสร็จ ก็คงต้องลงไปซื้อข้าวกล่องหรือแซนวิชมากินแทน
แถมนิดกับการเดินบันไดเลื่อนตามสถานีรถไฟฟ้าหรือห้างทั่วๆ ไปในฮ่องกงก็ไม่เหมือนกับของเมืองไทย โดยเค้ามีกติกาอยู่เล็กน้อยที่ถ้าไม่ได้สังเกตก็จะไม่รู้ โดยเรื่องมีอยู่ว่าถ้ารู้ว่าจะเดินช้าก็ควรให้ชิดขวาแล้วเกาะราวบันไดด้านขวาเอาไว้ เพราะว่าพื้นที่ (อันน้อยนิด) ทางฝั่งซ้ายนั้นมีไว้ให้สำหรับคนที่จะเดินบนบันไดเลื่อน (ซึ่งต่างกับการขับรถที่ถ้าขับช้าให้ชิดซ้ายแต่ถ้าขับเร็วให้ชิดขวา) แล้วคนที่เดินกันบนบันไดเลื่อนนี่ก็เดินกันจริงๆ จังๆ นะครับ ไม่ใช่แค่ค่อยๆ เดิน เพราะถ้าชิดซ้ายแล้วเดินช้าก็มีสิทธิ์โดนคนข้างหลังว่าได้ (ไม่รู้ว่าเค้ามีกำหนดความเร็วขั้นต่ำเหมือนอยู่บนทางด่วนหรือเปล่า) โดยเฉพาะตอนอยู่บนสถานีรถไฟฟ้า MTR (ที่สิงคโปร์เรียกว่า MRT) ของที่นี่ เวลาเดินนี่แทบจะวิ่งกันเลยครับ สรุปว่าคนใจเย็นหรือคนเป็นโรคหัวใจให้เดินชิดขวา ส่วนคนขี้หงุดหงิดหรือใจร้อนให้เดินชิดซ้าย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น