2ในชีวิตการทำงานแต่ละวันของฮ่องกงก็ต้องทำให้สมองผ่อนคลาย ทำร่างกายให้ตื่นตัว ทำหัวใจให้เข้มแข็ง พร้อมที่จะรับศึกทุกวัน มีคนฮ่องกงบอกผมว่าสนามทำงานก็เหมือนสนามรบ ถ้าพลาดก็ตาย ถ้าอยากสบายก็ต้องสู้ คนที่นี่เวลาทำงานก็จะฉุบฉับชนิดติดจรวด เวลาผมกลับเมืองไทยทีไร ก็จะเห็นภาพวีดีโอที่เปิดแบบสโลโมชั่นทุกที ในทางกลับกัน พอกลับมาที่ฮ่องกงก็รู้สึกเหมือนภาพวีดีโอที่กดปุ่มเลื่อนไปข้างหน้าด้วยความรวมเร็ว เวลาที่อยู่ในฮ่องกงก็เลยเหมือนกับวังบาดาลในเรื่องอุราชิมาทาโร่ไม่มีผิด (กลับเมืองไทยปีละหน แต่คนเค้าจะทักว่าไม่ได้เจอกันหลายปี ทำไมดูแก่ไป)
แล้วพวกนี้จะใจร้อนด้วยสิครับ จะทำอะไรก็ต้องให้มีประสิทธิภาพที่สุด เวลาทำงานก็ต้องมีการจัดลำดับความสำคัญของงานอยู่ที่หัวตลอดเวลา ทุกๆ นาที ก็มีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ บางทีโดนลากเข้าประชุมไม่รู้ตัว (ต้องเผื่อใจไว้เสมอ ไม่งั้นหัวใจวายครับ) แล้วถ้าอยากจะเห็นของดี เช่น วิชาตัวเบาของคนฮ่องกง ก็ต้องไปอยู่ในสถานีรถไฟฟ้าช่วงประมาณก่อน 9 โมงเก้า แล้วจะเห็นว่าวิธีเดินให้ได้เร็วกว่าวิ่งนั้นเป็นยังไง
ส่วนชั่วโมงทำงานของที่นี่ก็จะยาวผิดปกติเหมือนวันนึงมีซักสามสิบชั่วโมง (ซึ่งบางวันก็ดูเหมือนจะไม่พอด้วยซ้ำ) เวลาปกติของที่นี่ก็คือเริ่มเก้าเลิกเก้า ถ้าโชคไม่ดีอาจได้เลิกตอนเที่ยงคืนครับ แต่ก็ไม่ใช่ทุกวันที่เป็นแบบนี้เสมอไป อย่างบางวันที่ผมต้องไปเรียนหนังสือก็ออกจากออฟฟิตตั้งแต่หัวค่ำ (หกโมงเย็น) ได้ แค่มาทำงานเช้าหน่อยเท่านั้นเอง เนื่องจากงานของแอคชัวรีต้องใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งคนฮ่องกงก็มีระเบียบวินัยสูงอยู่แล้วด้วย จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรูดบัตรเข้าออกกัน ส่วนวันศุกร์นั้นคือวันกลับบ้านดึกของผมครับ ถ้าไม่มีเพื่อนคนไทยมาหรือไม่มีงานสังสรรค์ตอนกลางคืน ผมก็จะนั่งทำงานจนถึงเกือบเที่ยงคืน เพื่อเตรียมตัวสู่สนามรบในสัปดาห์ถัดไป
การตรงต่อเวลาของคนที่นี่ก็สำคัญ มาสายเพราะรถติดนี่เป็นข้ออ้างที่หมดสิทธิ์ไปเลย แต่มาสายเพราะหลงทางนี่ยังเป็นข้ออ้างส่วนตัวที่ใช้ได้ในบางครั้งอยู่ โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องไม่เกี่ยวกับงาน (อย่าใช้บ่อยครับ เดี๋ยวเค้าจับได้) ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานแล้วล่ะก็ จะถือว่าน่าเกลียดทีเดียว และมีอยู่บางครั้งที่ผมหลงทางจริงๆ (ก็รถเมลล์มันวิ่งไปอีกทางหนึ่ง แล้วเราไม่รู้นี่นา) เลยข้ามไปเกือบอีกฝั่งหนึ่งของเกาะ เลยต้องนั่งรถแท็กซี่กลับ อันนี้ของจริง แต่มันก็ขึ้นอยู่กับคนที่เราทำงานด้วย บางคนเค้าจะไม่สนใจเหตุผลใดๆ ทั้งนั้น (ไม่ด่าก็บุญแล้ว) แต่ถ้าเป็นการเรียนในมหาลัยในฮ่องกงแล้ว ผมและคนฮ่องกงบางส่วนก็มักจะเข้าสายประจำเพราะออกจากที่ทำงานไม่เคยทันซักที อันนี้พออ้างว่าหลงทางหาห้องไม่เจอกับอาจารย์ได้ เพราะเค้าจะเห็นใจว่าเราใช้ภาษากวางตุ้งเพื่อถามทางไม่เป็น ดังนั้นโลกแห่งการทำงาน โลกแห่งการเรียน และโลกแห่งการใช้ชีวิตในฮ่องกง จะมีสภาพแวดล้อมค่อนข้างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เหมือนอยู่กันคนละประเทศเลยครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น